สายตาสั้นตอนกลางคืน และ ตาฟางตอนกลางคืน

ภาวะความผิดปกติของการมองเห็น 2 อย่างนี้ คนส่วนใหญ่ มักจะเข้าใจผิดคิดว่าเหมือนกัน ทั้งๆที่สาเหตุของความผิดปกติ หรือกลไกการเกิดความผิดปกตินั้นไม่

สายตาสั้นตอนกลางคืน (Night myopia) และตาบอด ตาฟางตอนกลางคืน (Night blindness)

i_aadae3af620088ac_html_m7461fd6f

        ภาวะความผิดปกติของการมองเห็น 2 อย่างนี้ คนส่วนใหญ่ มักจะเข้าใจผิดคิดว่าเหมือนกัน ทั้งๆที่สาเหตุของความผิดปกติ หรือกลไกการเกิดความผิดปกตินั้นไม่ เหมือนกันเลย สาเหตุและกลไกการเกิดความผิดปกติ สายตาสั้นตอนกลางคืน (Night myopia) เกิดจากสองสาเหตุหลักคือ จากการขาดภาพที่ชัดเจนที่เป็นตัวกระตุ้นกลไกการเพ่งอย่างแม่นยำ และจากรูม่านตาที่ขยายตัวขึ้นทำให้ เกิด Spherical aberration โดยการขาดภาพที่ชัดเจนจากการ มองในสภาวะแสงน้อย ทำให้ระบบการเพ่ง (Accommodation) ไม่ถูกกระตุ้น ดวงตาจึงกลับไปสู่ สภาวะ Night myopia คือที่ประมาณ +0.50 Diopoter

กระบวนการเกิด Night myopia เป็นสิ่งที่มีเหตุมีผล เนื่องจากเมื่ออยู่ในห้องมืด เราจะไม่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน และจากการที่เห็นได้ไม่ชัด ทำให้เราไม่สามารถเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว หรือวิ่งในที่มึด จึงไม่มีความจำเป็นที่จะเห็นสิ่งที่อยู่ไกลตัวออกไปมากๆ ดวงตาของเราจึงปรับตัวโดยทำการเพ่งเพื่อปรับการมองให้เห็นสิ่งใกล้ตัวมากขึ้นไม่ใช่ที่ระยะไกล ทำให้เกิด Night myopia จะเห็นว่าในอดีตกาล Night myopia ไม่ใช่ ปัญหาแต่กลับเป็นปัญหาในปัจจุบัน เนื่องจากเรามีกิจกรรมที่ต้องใช้ ความเร็วในที่มืดมากขึ้น เช่นการขับรถในเวลากลางคืนเป็นต้น

 i_aadae3af620088ac_html_m1a75d5b8       i_aadae3af620088ac_html_2d6817df

การที่รูม่านตาขยายใหญ่ขึ้นเพื่อรับแสงในที่มืด ส่งผลให้ความคมชัดของการเห็นลดลง เนื่องจากเกิด Spherical aberration โดยแสงที่จุดกึ่งกลางของตาดำจะหักเหไปโฟกัสพอดีบนจอตาแต่แสงที่บริเวณริมๆ ขอบๆ ของรูม่านตาจะหักเหไปโฟกัสก่อนถึงจอตา (การที่แสงผ่านม่านตามาโฟกัสคนละจุด ไม่ได้ไปโฟกัสที่จุดเดียวกัน ทำให้ภาพที่ได้ไม่คมชัด คือการเกิด Spherical aberration นั่นเอง นี่คือสาเหตุของการเกิด Night myopia

ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยว่า อย่างนี้ Night myopia น่าจะเกิดกับมนุษย์ทุกคนใช่หรือไม่?  ใช่ ครับมันเกิดกับดวงตาของมนุษย์ทุกคู่บนโลกใบนี้ แต่ธรรมชาติได้แก้ไขปัญหานี้ให้กับมนุษย์ โดยการออกแบบให้ความโค้งของกระจกตามนุษย์มีความโค้งที่ไม่เท่ากันในแต่ละบริเวณเพื่อชดเชยการหักเหของแสง กล่าวคือกระจกตามีความโค้งมากที่สุดบริเวณจุดศูนย์กลาง และโค้งน้อยลงบริเวณที่ห่างจากจุดศูนย์กลางออกไปจนถึงขอบกระจกตา

อาจจะมีคำถามตามมาอีกว่าในเมื่อธรรมชาติชดเชยให้ แล้วทำไมยังมีปัญหาเกิดขึ้นอีก? ใช่ครับชดเชยให้ แล้วแต่มนุษย์ แต่ละคนก็มีสรีระที่ไม่เหมือนกัน คนที่ประสบปัญหานี้เกิดจากการชดเชยดังกล่าวไม่สมบูรณ์แก้ไขได้ไม่หมด จึงทำให้มีปัญหาแต่สภาวะ Night myopia เกิดขึ้นเฉพาะตอนที่แสงน้อยถึงระดับหนึ่ง หรือในตอนมืดเท่านั้นครับ โดยตอนกลางวัน หรือในขณะที่มีแสงเพียงพอจะไม่เกิดครับ อนึ่งยังมีสาเหตุอื่นๆที่เป็นอุปสรรคต่อการขับรถในเวลากลางคืน เช่น ต้อกระจกการมี Contrast Sensitivity ลดลงในผู้ สูงอายุ ฯลฯ

อาการ จะมองเห็นไม่ชัดเจนในขณะที่แสงน้อยถึงระดับหนึ่ง หรือในตอนกลางคืนเท่านั้น อาทิเช่น จะไม่กล้าขับรถในตอนกลางคืน รู้สึกไม่มั่นใจ อันเนื่องมาจากการมองเห็นไม่ชัด

การแก้ไข แวะไปปรึกษานักทัศนมาตรใกล้บ้านเพื่อรับการตรวจอย่างละเอียด และใส่แว่นเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะเวลากลางคืน หรือในที่ที่มีแสงไม่เพียงพอ

ตาบอด ตาฟางตอนกลางคืน (Night Blindness) หรือ Nyctalopia

สาเหตุ และกลไกการเกิดความผิดปกติ สาเหตุหลักเกิดจากการขาดวิตามินเอ ทำให้เกิดความผิดปกติของเซลล์รับภาพที่ทำหน้าที่เมื่อมีแสงน้อยบนจอตา ส่วนสาเหตุอื่นอาทิ เช่น ต้อกระจก และการเสื่อมของจอตาชนิดหนึ่ง  (Retinitis pigmentosa ) อีกทั้งโรคทางกายที่เกี่ยวกับตับก็จะทำให้การดูดซึมวิตามินเอไม่ดี ทำให้ร่างกายขาดวิตามินเอได้  ทั้งๆ ที่บริโภคอาหารที่มีวิตามินเอเพียงพอ  วิตามินเอเป็นสิ่งจำเป็นในการผลิต Rhodopsin

โดย Rhodopsin เป็นสาระสำคัญในจอตา ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนแสงเป็นสัญญาณไฟฟ้า หากขาดวิตามินเอ ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิต Rhodopsin จะทำให้จอตาผลิต Rhodopsin ได้ไม่เพียงพอ ส่งผลให้จอตามีความไวต่อแสงลดลง และเกิดตาบอดกลางคืนในที่สุด

i_aadae3af620088ac_html_7f8fb1fb

จากรูป บริเวณส่วนกลางของรูป คือ ภาพที่คนที่มีปัญหา Night Blindness เห็นส่วนด้านซ้ายและขวาของรูปคือภาพที่คนตาปกติเห็น

อาการ  ไม่สามารถเห็นหรือเห็นฝ้าฟางในที่แสงน้อย อาทิเช่น ขณะขับรถตอนกลางคืนมีอาการเห็นไม่ค่อยชัดอยู่แล้ว เมื่อแสงไฟหน้าของรถที่วิ่งสวนทางมาเข้าตาทำให้ มองไม่เห็นอะไรเลยหลายวินาที

ข้อแนะนำ ควรไปปรึกษาจักษุแพทย์ ใกล้บ้านเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยครับ

โดย ธงชัย อัสรางชัย   Doctor of Optometry