สังเกตได้อย่างไร ว่าลูกตาเข !!!!!!

ตาเขหรือตาเหล่ คือ ภาวะที่ตาทั้งสองข้างมองไปคนละทิศทางไม่ขนานกัน ซึ่งเป็นปัญหาที่พ่อแม่หลายๆคนวิตกกังวล โดยตาเขนั้นอาจเห็นว่าเป็นตลอดเวลา (Tropia) หรือบางครั้งตาตรง บางครั้งตาเข อาจเป็นข้างเดียวหรือสลับข้าง และอาจจะเกิดได้ตั้งแต่วัยแรกเกิดหรือเริ่มเป็นภายหลังก็ได้

i_aadae3af620088ac_html_68240004

คำถามที่พบบ่อยๆในคลินิกสายตาว่า จะทราบได้อย่างไรว่าลูกตาเข ตาเหล่ หรือไม่ (Strabismus or Squint)

ตาเขหรือตาเหล่ คือ ภาวะที่ตาทั้งสองข้างมองไปคนละทิศทางไม่ขนานกัน ซึ่งเป็นปัญหาที่พ่อแม่หลายๆคนวิตกกังวล โดยตาเขนั้นอาจเห็นว่าเป็นตลอดเวลา (Tropia) หรือบางครั้งตาตรง บางครั้งตาเข อาจเป็นข้างเดียวหรือสลับข้าง และอาจจะเกิดได้ตั้งแต่วัยแรกเกิดหรือเริ่มเป็นภายหลังก็ได้

สาเหตุ

มีหลายสาเหตุค่ะมีทั้งไม่ทราบสาเหตุ และจากความผิดปกติของสายตา ความผิดปกติของกล้ามเนื้อตา หรือเกิดภายหลังได้รับอุบัติเหตุ เป็นต้น มีวิธีใดบ้างสามารถทดสอบตาเขได้อย่างง่าย ทำได้โดยสังเกตดังนี้ค่ะ

1.จากการมองด้วยตาเปล่าหรือสังเกตจากรูปถ่ายของเด็กว่าตาทั้งสองข้างตรงหรือเขไปทิศทางใดมีการเอียงคอศรีษะอยู่เสมอหรือไม่ โดยอาจจะเปรียบเทียบรูปถ่ายในแต่ละช่วงอายุของเด็ก

i_aadae3af620088ac_html_5674a3d3 i_aadae3af620088ac_html_2a34d3c9
(ตาเขเข้าด้านใน; Esotropia) (ตาเขออกด้านนอก; Exotropia)

2. ควรแยกแยะว่าตาเขที่สังเกตพบเป็นตาเขจริงๆ หรือตาเขเทียม (Pseudostrabismus) บ่อยครั้งที่ เราพบตาเขเข้าด้านในเทียมในเด็กเล็กๆ ที่ยังไม่มีดั้งจมูก ทำให้เห็นดั้งจมูกแบน กว้างไปปิดส่วนหัวตาทั้งสองข้าง จึงดูเหมือนกับว่ามีตาเขทั้งๆที่ความจริงตาไม่เข หรือในเด็กบางคนมีผิวหนังข้างๆหัวตามากกว่าปกติ (Epicanthal fold) ทำให้ บังตาขาวด้านหัวตา จึงดูเหมือนกับว่าตาดำชิดกัน มองเหมือนตาเขเข้าเมื่อเด็กโตขึ้น ตาจะตรงขึ้น (สังเกตุจากรูป)  และเราอาจจะพบตาเขออกเทียมได้ ในเด็กที่มีตาทั้ง 2 ข้างห่างกันมาก (wide papillary distant)

i_aadae3af620088ac_html_3432997f

 3. ตรวจดูว่าตาเขจริงหรือตาเขเทียมได้ ด้วยวิธี Hirschberg’s Test(Corneal Light Reflex Test) โดยการให้เด็กมองที่จุดใดจุดหนึ่ง แล้วใช้ ไฟฉาย (penlight) ส่องดูตรงๆ จะสังเกตเห็นแสงสะท้อนหลอดไฟ(light reflex) ตรงกลางรูม่านตาถ้าตำแหน่งอยู่ ตรงกลางทั้งสองข้างสมมาตรกันแสดงว่าตาตรง(ตาเขเทียมจะเห็นแบบนี้ค่ะ) แต่ ถ้ามีตาหนึ่งแสงสะท้อนหลอดไฟ(light reflex) เลื่อนเข้าในหรือเลื่อนออกด้านนอก แสดงว่ามีอาการตาเขจริง (สังเกตุจากรูป)(รูป A: ตาตรง รูป B: ตาเขเข้าด้านใน รูป C: ตาเขออกด้านนอก)

i_aadae3af620088ac_html_madc5f1b

วิธีการรักษา

มีการรักษาตาเขหลายวิธี ขึ้นอยู่กับชนิดและสาเหตุ โดยเด็กที่พบว่ามีตาเขทุกรายควรได้รับตรวจตา และตรวจสายตาโดยละเอียด รวมถึงการตรวจจอตา เพื่อหาความผิดปกติภายในลูกตา ที่อาจเป็นสาเหตุของตาเข และให้การรักษาตามความเหมาะสม ตาเขบางชนิดสามารถรักษาได้โดยการใช้แว่นสายตา แว่นปริซึม และการฝึกกล้ามเนื้อตา บางชนิดรักษาได้ด้วยการผ่าตัด และ บางชนิดอาจจำเป็นต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน

(จากรูป : การแก้ไขตาเขเข้าในจากภาวะสายตายาว ด้วยแว่นสายตา) หากสงสัยว่าเด็กมีปัญหาตาเข ควรปรึกษา และได้รับการตรวจพิเศษเพิ่มเติมโดยเร็ว เช่นตรวจสายตา อย่างละเอียดว่าตาเขที่พบนั้นมาจากปัญหาสายตาหรือไม่  ซึ่งเราพบได้บ่อยๆว่าเด็กที่มีสายตายาวมากๆ และไม่ได้รับการแก้ไข จะพบได้ว่ามีตาเขเข้าด้านใน การตรวจประเมินกล้ามเนื้อในการกลอกตา การวัดมุมเข และการตรวจพิเศษอื่นๆก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้บุตรหลานของท่านได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องจากนักทัศนมาตร (Doctor of Optometry) หรือ จักษุแพทย์ นะคะ

[wpdm_file id=1]